คุณเคยเริ่มรู้สึกว่ากำลังฝันอยู่ในตอนเช้าเมื่อตื่นขึ้นบ้างหรือไม่? บางครั้งฝันตอนเช้าก็เหมือนจริงจนเรารู้สึกว่าเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง นั่นทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไมฝันเวลานี้ถึงสมจริงมากกว่าตอนไหนๆ
รอบ REM และการฝัน
คำตอบของปรากฏการณ์นี้ซ่อนอยู่ในกระบวนการทำงานของสมองที่เรียกว่า “รอบ REM” (Rapid Eye Movement) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองอยู่ในสภาวะที่คึกคักที่สุด ประมาณ 90 นาทีหลังจากเราหลับไปแล้ว รอบ REM จะเกิดขึ้น ในช่วงนี้สมองจะมีการทำงานสูงสุดและมักเป็นช่วงที่เราฝัน บางครั้งฝันดังกล่าวจะมีเหตุผลที่สมจริงและถูกจดจำได้
ในช่วงเช้า รอบ REM มักจะนานขึ้น ทำให้การฝันในเวลานี้มีรายละเอียดและความเป็นจริงมากขึ้น โดยเคลื่อนที่จากฝันที่ไม่มีเหตุผลไปยังการฝันที่มีรูปแบบและเรื่องราวชัดเจน ซึ่งทำให้เวลาตื่น รู้สึกว่าเราเพิ่งออกจากโลกแห่งความฝันทันที
ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการฝัน
นอกจากรอบ REM แล้ว ปัจจัยภายนอกต่างๆ ก็มีผลต่อความลึกของการฝันได้เช่นกัน เช่น เสียงนาฬิกาปลุก แสงจากหน้าต่าง หรือแม้กระทั่งอุณหภูมิในห้อง ล้วนแล้วแต่ชี้แนะสมองของเราในระหว่างการฝัน บางครั้งเสียงของนาฬิกาปลุกอาจเข้าสู่ความฝันและกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวฝันเรา
ด้วยสภาวะนี้ ทำให้เรามักจดจำฝันในช่วงเช้าได้ดีกว่าฝันในช่วงกลางคืนและมักมีฝันที่เนื้อเรื่องต่อเนื่องกัน ซึ่งแตกต่างจากฝันในช่วงแรกๆ ของคืนที่มักเป็นแค่ภาพซ้อนๆ มากกว่า
สรุป
สรุปแล้วเหตุผลที่เราฝันเหมือนจริงในช่วงใกล้ตื่นนอนนั้นเกิดจากรอบ REM ที่เข้มข้นในช่วงเช้า รวมถึงปัจจัยภายนอกที่เข้ามากระตุ้นสมอง การเข้าใจถึงสาเหตุเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้เราทำความเข้าใจกับความฝันได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยให้เรารู้วิธีทำให้การนอนหลับของเรามีคุณภาพมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
