หนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ของโลกโบราณที่ยังคงทำให้หลายคนสงสัยคือ ทำไมรูปสลักสฟิงซ์ที่ยิ่งใหญ่ในกิซาพีรามิดถึงไม่มีจมูก สิ่งนี้เป็นข้อสังเกตทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้หลายคนคาดเดากันไปต่างๆนานาเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของการขาดหายไปของจมูกจำหลักนี้
\n
สฟิงซ์กิซา ตั้งตระหง่านคู่กับพีรามิดถือเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่สำคัญของอียิปต์โบราณที่มีอายุกว่า 4,500 ปี ที่ถูกแกะสลักขึ้นบนหินภูเขา โปรแกรมรูปสลักนี้สูงกว่า 20 เมตรและยาวถึง 73 เมตร สฟิงซ์นั้นมีร่างกายเป็นสิงโตแต่มีใบหน้าเป็นมนุษย์ เชื่อกันว่าใบหน้านั้นเป็นการจำลองพระพักตร์ของฟาโรห์คาฟเร
\n
เหตุผลที่สฟิงซ์ไม่มีจมูก
\n
มีทฤษฎีหลายข้อที่พยายามอธิบายว่าทำไมสฟิงซ์ถึงไม่มีจมูก ข้อแรกคือ การขาดหายไปของจมูกถูกคิดว่าน่าจะเกิดจากการบุกรุกและทำลายของชาวมุสลิมในศตวรรษที่ 14 ซึ่งการทำลายเช่นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อประณามการนับถือศาสนาที่ต่างกันไปและเชื่อว่าผู้ทำลายมองว่ารูปปั้นนี้เป็นบูชาฟาราฮ์
\n
แต่ทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากกว่าคือ การที่เวลาที่ผ่านมายาวนานและสภาพอากาศของพื้นที่ที่มีลมพัดแรงและมีทรายจำนวนมากทำให้เกิดการสึกกร่อนและทำลายส่วนจมูกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักโบราณคดีเชื่อว่าจมูกของสฟิงซ์ยาวประมาณ 1.8 ถึง 2 เมตรถูกทำลายโดยลมและสภาพอากาศในช่วงเวลาหลายร้อยปี
\n
สรุป
\n
ดังนั้น การไม่มีจมูกของสฟิงซ์เป็นเรื่องที่มีคำตอบจากหลายทฤษฎีที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ละทฤษฎีก็มีเหตุผลที่สมเหตุสมผลตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และสภาพแวดล้อมสภาพอากาศในเขตกิซา อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางโบราณคดียังช่วยให้เราเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งก่อสร้างที่โบราณและยิ่งใหญ่เช่นนี้ และยังคงเป็นเรื่องที่ทำให้นักเรียน นักวิจัยและนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในประวัติศาสตร์โบราณต้องมาสังเกตและสอบถามด้วยตัวเองต่อไป
